บทความ เรื่องราว ความรู้ และประสบการณ์จากการสร้างเว็บไซต์และ Web Application
BlogNext.js & Frontend Vercel ราคาเท่าไหร่ Hobby กับ Pro ต่างกันยังไง Hobby ฟรีแต่ห้ามใช้เชิงพาณิชย์ Pro $20 รวมเครดิต $20 เทียบโควตา ตัวเลขการใช้งานจริงจาก 8 โปรเจกต์ และวิธีแก้ deploy ขึ้น BLOCKED บน Hobby
Kittipong C.
ทีมงาน KittiStack
October 26, 2026 · 6 min read
Vercel ราคาเท่าไหร่ Hobby กับ Pro ต่างกันยังไง ควรเริ่มจ่ายเมื่อไหร่ (2026) Vercel ราคามี 2 แพ็กเกจหลักที่คนทั่วไปใช้ Hobby ฟรี แต่ใช้ได้เฉพาะงานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ส่วน Pro ราคา $20 ต่อเดือน รวมที่นั่งนักพัฒนา 1 คนและเครดิตค่าใช้งาน $20 ใช้ทำเว็บธุรกิจหรือเว็บลูกค้าได้ ถ้าใช้ไม่เกินเครดิต บิลจะอยู่ที่ $20 ทุกเดือน
สำหรับเว็บขนาดเล็กถึงกลาง ค่าเครื่องแทบไม่ใช่เหตุผลที่ต้องอัปเกรด เหตุผลจริงมักเป็นสามเรื่อง คือ เว็บนั้นหาเงินได้ ใช้โควตา Hobby ใกล้เต็ม หรือมีคนอื่นต้อง push โค้ดเข้า repo เดียวกัน
บทความนี้ใช้ตัวเลขจริงจากเว็บ KittiStack ซึ่ง deploy บน Vercel ด้วย Next.js ถ้ายังไม่เคย deploy เว็บ Next.js เลย อ่าน คู่มือ Next.js เบื้องต้น ก่อนได้
Vercel ราคา Hobby กับ Pro ต่างกันยังไง #Next.js #Vercel #Hosting #Deploy
Pro
ราคา
ฟรี
$20/เดือน (รวม 1 ที่นั่งที่ deploy ได้ + เครดิต $20)
Active CPU
4 ชั่วโมง/เดือน
จ่ายจากเครดิต เริ่มที่ $0.128/ชั่วโมง
Fast Data Transfer
100 GB
1 TB
CDN Requests
1 ล้านครั้ง
10 ล้านครั้ง
Function Invocations
1 ล้านครั้ง
จ่ายจากเครดิต เริ่มที่ $0.60/ล้านครั้ง
Deploy ต่อวัน
100 ครั้ง
6,000 ครั้ง
คนอื่น push โค้ดใน repo ส่วนตัว (private)
ไม่ได้
ได้ ($20/คน/เดือน, Viewer ฟรี)
เก็บ Runtime Logs
1 ชั่วโมง
1 วัน
ใช้เกินโควตา
หยุดใช้งานส่วนนั้น
ใช้เครดิตก่อน แล้วคิดเงินตามจริง
Active CPU คืออะไร ทำไมโควตานี้หมดก่อนอย่างอื่น Active CPU คือเวลาที่โค้ดใน Vercel Functions ใช้ CPU ประมวลผลอยู่จริง เช่น render หน้า แปลงข้อมูล หรือคำนวณ ช่วงที่ฟังก์ชันนั่งรอผลจากฐานข้อมูล API ภายนอก หรือโมเดล AI จะไม่ถูกนับ ตัวเลขนี้จึงต่ำกว่าเวลาที่ฟังก์ชันเปิดอยู่จริงมาก
แต่สำหรับเว็บ Next.js ที่ render หน้าบน server ทุก request โควตา 4 ชั่วโมงของ Hobby ก็หมดเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อมีหลายโปรเจกต์อยู่ในบัญชีเดียวกัน เพราะ โควตานี้ใช้ร่วมกันทั้งทีม ไม่ได้แยกต่อโปรเจกต์
ตัวอย่างจริงจากบัญชีของ KittiStack บัญชี Vercel ของ KittiStack มี 8 โปรเจกต์อยู่ในทีมเดียว ทั้งเว็บนี้และเว็บขนาดเล็กอื่น ๆ เมื่อเช็กหน้า Usage วันที่ 22 ตุลาคม 2026 หน้านั้นขึ้นว่าใช้ Active CPU ไปแล้ว 3 ชั่วโมง 4 นาที จาก 4 ชั่วโมง หรือประมาณ 77% ของโควตา
ถ้าใช้ปริมาณเท่านี้บน Pro ค่า Active CPU จะอยู่ที่ราว 4 × $0.128 ≈ $0.51 ต่อเดือน บวกค่า memory และ invocation อีกเล็กน้อย ทั้งหมดอยู่ในเครดิต $20 บิลจริงจึงเป็น $20 เท่าเดิม พูดง่าย ๆ คือ สำหรับเว็บขนาดนี้ $20 ที่จ่ายไม่ได้จ่ายเป็นค่าเครื่อง แต่จ่ายเพื่อให้ใช้เชิงพาณิชย์ได้ และไม่ต้องกลัวโควตาหมด
ใช้เกินโควตา Hobby แล้วเกิดอะไรขึ้น เอกสาร Vercel ระบุว่า Hobby ไม่มีรอบบิล ถ้าใช้เกินโควตา ส่วนใหญ่ต้องรอ 30 วันจึงจะใช้ฟีเจอร์นั้นได้อีก ถ้าโควตาที่หมดคือ Active CPU หน้าเว็บที่ต้องรันฟังก์ชันจะใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้า render บน server ฟอร์ม หรือ API
ถ้าเป็นเว็บส่วนตัวก็แค่รอ แต่ถ้าเป็นเว็บที่ลูกค้าใช้ติดต่อเข้ามา การหยุด 30 วันคือความเสียหายที่มากกว่า $20 หลายเท่า
Hobby ใช้ทำเว็บธุรกิจหรือเว็บลูกค้าได้ไหม ไม่ได้ เอกสาร Vercel ระบุตรง ๆ ว่า Hobby จำกัดให้ใช้งานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น ตามแนวทาง fair use ของ Vercel เว็บที่ขายสินค้าหรือบริการ เว็บที่ฟรีแลนซ์ทำให้ลูกค้า และเว็บที่หารายได้จากโฆษณา ควรอยู่บน Pro
ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ ทางที่สะอาดที่สุดคือให้ลูกค้าเปิดบัญชี Vercel Pro ในชื่อธุรกิจเอง แล้วเชิญคุณเป็นสมาชิก ลูกค้าจะเป็นเจ้าของบัญชีและบิล และย้ายคนดูแลได้ง่าย เรื่องนี้ไปในทางเดียวกับหลักที่ควรเปิดบัญชีทุกอย่างในชื่อผู้จ้าง ซึ่งอธิบายไว้ใน บทความจ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บ หรือจ้างเอเจนซีดี
กับดักที่ไม่ค่อยมีใครบอก: commit ของคนอื่นถูกบล็อก ถ้า repo เป็นแบบ private และโปรเจกต์อยู่บน Hobby คนที่เขียน commit (commit author) ต้องเป็นเจ้าของบัญชี Hobby เท่านั้น ตาม เอกสารแก้ปัญหาของ Vercel ถ้าเป็นคนอื่น deploy จะขึ้นสถานะ BLOCKED
เรื่องนี้เกิดกับ KittiStack จริง ในรายการ deployment ของเว็บนี้ commit แก้โค้ดอย่าง "fix alt text" และ "fix cookie consent" ขึ้น BLOCKED ทั้งคู่ แต่ commit แก้ README ที่เจ้าของทำผ่านหน้าเว็บ GitHub กลับ deploy ผ่าน และเพราะ commit นั้นอยู่บน branch เดียวกัน โค้ดที่ถูกบล็อกไปก่อนหน้าเลยขึ้นไปพร้อมกัน
สาเหตุที่พบบ่อยมีสามแบบ แบบแรกคืออีเมลใน git config user.email บนเครื่อง ไม่ตรงกับบัญชี GitHub ที่เชื่อมกับ Vercel แบบที่สองคือเพื่อนร่วมทีมหรือฟรีแลนซ์อีกคน push โค้ดเข้า repo แบบที่สามคือ commit ที่เครื่องมือ AI เขียนโค้ดสร้างให้ ซึ่งบางตัวใส่ตัวเองเป็นผู้ร่วมเขียน (co-author) ใน commit ในชุมชน Vercel มีรายงานว่า commit ที่ Cursor Agent ร่วมเขียนถูกบล็อกบน Hobby แบบนี้
วิธีเช็กคือรันคำสั่งนี้กับ commit ที่ถูกบล็อก:
git log -1 --format='%an <%ae>%n%b' <commit-sha>
ดูทั้งชื่อและอีเมลผู้เขียน และดูว่ามีบรรทัด Co-authored-by: ท้ายข้อความไหม ถ้าอีเมลไม่ตรงก็แก้ git config ถ้ามี co-author ก็ปิดการใส่ co-author ในเครื่องมือนั้น หรือถ้ามีคนอื่นต้อง push โค้ดจริง ๆ ก็ต้องอัปเกรดเป็น Pro
เลือก region ให้ใกล้คนใช้งาน ฟังก์ชันบน Vercel รันที่ region ใดก็ได้ ค่าเริ่มต้นมักเป็น Washington D.C. (iad1) ซึ่งเป็นค่าที่โปรเจกต์ KittiStack ใช้อยู่ตอนตรวจ ถ้าผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในไทย และฐานข้อมูลอยู่ที่สิงคโปร์ ให้ตั้ง Function Region เป็นสิงคโปร์ (sin1) ในหน้า Settings ของโปรเจกต์ ทุก request ที่ต้องเรียกฐานข้อมูลจะไม่ต้องวิ่งข้ามโลกไปกลับ
ข้อควรรู้คือราคาค่าใช้งานบน Pro ต่างกันตาม region ราคา $0.128 ต่อชั่วโมงในตารางเป็นราคาเริ่มต้นของ region ในสหรัฐฯ บาง region แพงกว่านั้น สำหรับเว็บที่ยังใช้ไม่เกินเครดิต ส่วนต่างนี้ไม่มีผลกับบิล
ลดการใช้ Active CPU ก่อนตัดสินใจอัปเกรด ถ้าเป็นเว็บส่วนตัวที่อยากอยู่บน Hobby ต่อ มีหลายวิธีที่ลดการใช้ได้จริง
1. ดูว่า route ไหนใช้ CPU มากที่สุด ในแท็บ Usage หรือ Observability ของโปรเจกต์ ส่วนใหญ่ตัวหลักมีแค่ 1–2 route 2. เปลี่ยนหน้าที่ข้อมูลไม่ค่อยเปลี่ยนให้เป็น static หรือ ISR เช่น หน้าบทความบล็อก build ไว้ล่วงหน้าด้วย generateStaticParams แทนการ render ใหม่ทุก request วิธีนี้ยังดีต่อ SEO ด้วย ดูรายละเอียดใน บทความ Next.js SEO 3. ใส่ cache ให้ข้อมูลที่ดึงซ้ำบ่อย จะได้ไม่ต้องประมวลผลใหม่ทุกครั้ง 4. ตรวจหา bot ที่ยิง request เยอะผิดปกติ แล้วใช้ Firewall ของ Vercel บล็อก Hobby ตั้ง custom rule ได้ 3 ข้อ 5. ย้ายโปรเจกต์ที่ไม่ใช้แล้วออก เพราะโควตาใช้ร่วมกันทั้งทีม
สรุป: ควรใช้แพ็กเกจไหน
คำถามที่พบบ่อย
Vercel ฟรีจริงไหม ฟรีจริงสำหรับแพ็กเกจ Hobby ไม่ต้องผูกบัตร แต่ใช้ได้เฉพาะงานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และมีโควตารายเดือน เช่น Active CPU 4 ชั่วโมง และ Fast Data Transfer 100 GB
Vercel Pro $20 คิดต่อคนหรือต่อทีม ค่า $20 ต่อเดือนรวมที่นั่งที่ deploy ได้ 1 คนและเครดิต $20 ถ้าเพิ่มคนที่ต้อง deploy หรือแก้โปรเจกต์ คิดเพิ่มคนละ $20 ต่อเดือน ส่วนที่นั่งแบบ Viewer ที่ดูอย่างเดียวไม่มีค่าใช้จ่าย
ใช้เกินเครดิต $20 บน Pro แล้วบิลจะบานไหม ส่วนที่เกินจะคิดเงินตามการใช้งานจริง Pro มีระบบ Spend Management ให้ตั้งวงเงินและการแจ้งเตือนได้ ควรตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกที่อัปเกรด
จ่ายค่า Vercel เป็นเงินบาทได้ไหม ราคาในเอกสารเป็นดอลลาร์สหรัฐ และยังไม่รวมภาษี ซึ่งจะคิดตามที่อยู่ออกบิล ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตที่ตัดเงินต่างประเทศได้ ยอดในบัตรจะแปลงเป็นบาทตามอัตราของธนาคาร
deploy ขึ้น BLOCKED ทั้งที่ทำงานคนเดียว แก้ยังไง เช็กอีเมลผู้เขียน commit ด้วย git log ว่าตรงกับบัญชี GitHub ที่เชื่อมกับ Vercel ไหม และดูว่ามีบรรทัด Co-authored-by จากเครื่องมืออื่นหรือเปล่า รายละเอียดอยู่ในหัวข้อกับดักด้านบน
ก่อนอัปเกรด ลองเช็กสามอย่างนี้ เปิดหน้า Usage ของทีมดูว่าใช้ Active CPU ไปกี่เปอร์เซ็นต์ ดูว่าโปรเจกต์ไหนเป็นงานเชิงพาณิชย์ และดูว่ามี deploy ที่ขึ้น BLOCKED ไหม ถ้าข้อใดข้อหนึ่งตอบว่าใช่ $20 ต่อเดือนของ Pro คุ้มกว่าการเสี่ยงให้เว็บหยุดทำงาน
ถ้าอยากได้เว็บ Next.js ที่ตั้งค่า Vercel ให้เรียบร้อยตั้งแต่ region, cache จนถึงบัญชีในชื่อธุรกิจคุณเอง ดูรายละเอียดได้ที่ บริการทำเว็บไซต์บริษัท
Vercel ราคาเท่าไหร่ Hobby กับ Pro ต่างกันยังไง | KittiStack