Opus 5.5 ราคาต่อโทเค็นลด 20% จาก Opus 5 งานทั่วไปถูกลงราว 40% ตามที่ Anthropic ระบุ และเร็วขึ้นกว่า 30% แต่ผ่าน API ต้องแก้โค้ด 4 จุดก่อน ไม่งั้นเจอ error 400

Full-Stack Developer (ฟรีแลนซ์)

Claude Opus 5.5 คือโมเดล AI รุ่นใหม่ของ Anthropic ที่เปิดตัวเมื่อ 22 กันยายน 2026 เป็นรุ่นแรกของตระกูล Claude 5.5 และมาแทน Claude Opus 5 ราคา API อยู่ที่ $4 ต่อล้านโทเค็นขาเข้า และ $20 ต่อล้านโทเค็นขาออก ถูกลงจาก Opus 5 ราว 20% ต่อโทเค็น ส่วน Anthropic ระบุว่างานทั่วไปที่ใช้ค่าเริ่มต้นจะจ่ายน้อยลงราว 40% เพราะโมเดลใช้โทเค็นต่องานน้อยลงด้วย
ถ้าใช้ผ่านแอป Claude หรือ Claude Code แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แต่ถ้าเรียกผ่าน API อยู่แล้ว การเปลี่ยนชื่อโมเดลอย่างเดียวอาจเจอ error 400 ตั้งแต่ request แรก ด้านล่างรวมสเปก ราคา ตัวอย่างคำนวณค่าใช้จ่าย และเช็กลิสต์แก้โค้ดไว้ในหน้าเดียว
แสดงรูปภาพ
Anthropic ตั้งชื่อรุ่นตามขนาดงาน Haiku เล็กและถูกที่สุด Sonnet อยู่ตรงกลาง Opus สำหรับงานหนัก และ Fable เป็นระดับบนสุดที่เปิดให้ใช้ทั่วไป Opus 5.5 ถูกวางไว้สำหรับงานเขียนโค้ดแบบ agent ที่รันนาน ๆ และงานเอกสารหรือวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน โดย Anthropic อ้างว่างานส่วนใหญ่ทำได้ระดับเดียวกับ Fable 5.1 ในราคาที่ต่ำกว่าเกินครึ่ง
หลังจาก Opus 5.5 ออกมาไม่นาน Anthropic ก็ปล่อย Sonnet 5.5 (28 กันยายน 2026) และ Haiku 5.5 (7 ตุลาคม 2026) ตามมา ตอนนี้ไลน์อัปหลักจึงหน้าตาแบบนี้
รุ่น |
|---|
ราคา input / output (ต่อล้านโทเค็น) |
|---|
เหมาะกับ |
|---|
Claude Haiku 5.5 | claude-haiku-5-5 | $0.10 / $0.50 (prompt ไม่เกิน 100K) | งานปริมาณมาก สรุป จัดหมวด sub-agent |
Claude Sonnet 5.5 | claude-sonnet-5-5 | $2 / $10 | งานทั่วไปที่ต้องการความเร็วและความฉลาดพอ ๆ กัน |
Claude Opus 5.5 | claude-opus-5-5 | $4 / $20 | agent เขียนโค้ดระยะยาว งานวิเคราะห์หนัก |
Claude Fable 5.1 | claude-fable-5-1 | $10 / $50 | งานที่ยากที่สุด |
ราคาเป็นราคา list ของ Claude API ณ ตุลาคม 2026 Haiku 5.5 คิดราคาเป็นขั้น ถ้า prompt ยาวเกิน 100K โทเค็นจะขยับเป็น $0.50 / $2.50
รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
วันเปิดตัว | 22 กันยายน 2026 |
Model ID | claude-opus-5-5 (Amazon Bedrock ใช้ anthropic.claude-opus-5-5) |
Context window | 1 ล้านโทเค็น คิดราคาปกติทั้งช่วง ไม่มีค่าบวกเพิ่มสำหรับ prompt ยาว |
Output สูงสุด | 128K โทเค็น (Batch API ได้ถึง 300K) |
Input ที่รับได้ | ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ |
Thinking | เปิดตลอด ปิดไม่ได้ คุมความลึกด้วยค่า effort |
Effort เริ่มต้น | medium (Opus 5 เริ่มที่ high) |
Fast mode | $8 / $40 ต่อล้านโทเค็น |
วันเลิกให้บริการ | ไม่เร็วกว่า 22 กันยายน 2027 |
ข้อมูลส่วนใหญ่มาจาก หน้า What's new in Claude Opus 5.5 ใน Claude Platform Docs ซึ่งเป็นแหล่งที่ควรเช็กซ้ำก่อนตั้งงบประมาณจริง
เรื่องที่รู้สึกได้ก่อนคือความเร็ว Anthropic บอกว่า output ออกเร็วกว่า Opus 5 มากกว่า 30% และ Factory ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม coding agent ที่เปิดใช้ตั้งแต่วันแรก สังเกตว่าที่ effort เท่ากัน Opus 5.5 ใช้ output token น้อยกว่า Opus 5 ราว 20–25% สองข้อนี้รวมกันคือเหตุผลที่ค่าใช้จ่ายต่องานลดลงมากกว่าส่วนลดต่อโทเค็น
ด้านงานเขียน Anthropic ตั้งใจแก้คำบ่นเดิมที่ว่า Opus 5 ตอบยาวและอ้อม รุ่นนี้เขียนกระชับขึ้นและทำตามคำสั่งเรื่องสไตล์การเขียนได้ตรงขึ้น ใครที่เคยต้องใส่ prompt ยาว ๆ เพื่อบังคับให้ตอบสั้น อาจลดส่วนนั้นลงได้
ตัวเลข benchmark ที่ถูกอ้างถึงบ่อยคือ Terminal-Bench 4.0 ได้ 66.4% ซึ่งเป็นการทดสอบงานเขียนโค้ดผ่าน terminal แต่ Anthropic เองก็เขียนไว้ในประกาศว่าที่ระดับความสามารถนี้ ส่วนต่างของคะแนนเริ่มสะท้อนความต่างในการใช้งานจริงได้น้อยลง ทางที่ดีคือทดสอบกับงานของตัวเองสัก 10–20 เคสก่อนตัดสินใจ
การอ่านกราฟ แผนภาพ และภาพหน้าจอก็แม่นขึ้นมาก เอกสารของ Anthropic แนะนำว่าเทคนิคใน prompt ที่เคยใช้ช่วยโมเดลรุ่นก่อนอ่านภาพ อาจไม่จำเป็นแล้ว
ฝั่งความปลอดภัย Opus 5.5 ได้คะแนนการทดสอบ alignment แบบอัตโนมัติดีที่สุดเท่าที่ Anthropic เคยวัดมา และผ่านการประเมินจากหน่วยงานภายนอกอย่าง METR ก่อนปล่อย
Opus 5.5 มีตัวกรองความปลอดภัยด้านชีววิทยาเพิ่มจากด้านไซเบอร์ซีเคียวริตีที่มีอยู่แล้ว คำขอที่โดนปฏิเสธจะกลับมาเป็น HTTP 200 พร้อม stop_reason: "refusal" ไม่ใช่ error ถ้าแอปไม่ได้เช็กค่านี้ ผู้ใช้จะเห็นคำตอบว่างเปล่าโดยไม่รู้สาเหตุ งานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตีหลายประเภทจะถูกส่งต่อไปให้ Claude Opus 4.8 จัดการแทน ส่วนใครที่ต้องการคำตอบแบบไม่คิดก่อนเพื่อลด latency ทำไม่ได้แล้ว ต้องลด effort ลงแทน
ต่อล้านโทเค็น | Opus 5.5 | Opus 5 | ลดลง |
|---|---|---|---|
Input | $4 | $5 | 20% |
Output | $20 | $25 | 20% |
Cache write (5 นาที) | $5 | $6.25 | 20% |
Cache read | $0.20 | $0.50 | 60% |
Batch API (input / output) | $2 / $10 | - | - |
Cache write แบบ 1 ชั่วโมงอยู่ที่ $8 ต่อล้านโทเค็น แถวที่ควรดูจริง ๆ คือ cache read เพราะ Anthropic ระบุว่าค่า cache read เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของบิลงาน agent และงานเขียนโค้ด ส่วนลด 60% ในแถวนี้จึงมีผลมากกว่าส่วนลด 20% ของแถวอื่น
สมมติ coding agent หนึ่งรอบใช้ input ใหม่ 100K โทเค็น อ่านจาก cache 5 ล้านโทเค็น เขียน cache 200K โทเค็น และ output 150K โทเค็น (ตัวเลขสมมติเพื่อดูสัดส่วน ไม่ได้มาจากการวัดจริง)
รายการ | Opus 5 | Opus 5.5 |
|---|---|---|
Input 0.1M | $0.50 | $0.40 |
Cache read 5M | $2.50 | $1.00 |
Cache write 0.2M | $1.25 | $1.00 |
Output 0.15M | $3.75 | $3.00 |
รวม | $8.00 | $5.40 |
ถ้าจำนวนโทเค็นเท่าเดิม ราคาลดลงราว 32% แต่ในทางปฏิบัติ Opus 5.5 มักใช้ output น้อยกว่าเดิม ตัวเลขจริงจึงมีโอกาสใกล้ 40% ตามที่ Anthropic ประกาศ ข้อควรระวังคือที่ effort สูง ๆ อย่าง xhigh หรือ max โมเดลนี้คิดต่อรอบมากกว่า Opus 5 ถ้าตั้ง effort สูงไว้ตลอดอาจไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิด
claude-opus-5-5ถ้ากำลังมองหาเครื่องมือ agent ตัวอื่นของ Anthropic ลองอ่าน Claude Duet คืออะไร ใช้ในไทยได้ไหม ประกอบ
ส่วนนี้สำหรับคนที่มีโค้ดรันบน Opus 5 อยู่แล้ว ทั้ง 4 ข้อจะทำให้ API ตอบกลับเป็น error 400
1. ปิด thinking ไม่ได้อีกแล้ว ถ้าส่ง thinking: {"type": "disabled"} หรือกำหนด budget_tokens เอง จะได้ error ให้ลบ field thinking ออก หรือส่ง {"type": "adaptive"} แล้วคุมความลึกด้วย effort แทน
python
# ก่อน (ใช้ได้บน Opus 5)
client.messages.create(
model="claude-opus-5",
max_tokens=16000,
thinking={"type": "disabled"},
messages=[{"role": "user", "content": "..."}],
)
# หลัง (Opus 5.5)
client.messages.create(
model="claude-opus-5-5",
max_tokens=16000,
output_config={"effort": "low"},
messages=[{"role": "user", "content": "..."}],
)2. บังคับเรียก tool ไม่ได้ tool_choice แบบ any หรือระบุชื่อ tool จะโดนปฏิเสธ ใช้ auto คู่กับ strict tool use หรือย้าย schema ไปใช้ structured outputs ถ้าต้องการ JSON ที่ตรง schema เสมอ ข้อนี้มีผลกับ endpoint นับโทเค็นด้วย ใครที่ประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าด้วย tool_choice แบบเดิมต้องแก้ตรงนั้นเช่นกัน
3. Thinking block ผูกกับโมเดลและบทสนทนา บัญชีที่สร้างตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2026 ถ้าแก้ system prompt หรือรายการ tools ย้อนหลังแล้วส่ง thinking block เดิมกลับไป จะได้ error วิธีที่ปลอดภัยคือให้บทสนทนาเป็นแบบต่อท้ายอย่างเดียว ถ้าจะเปลี่ยนคำสั่งกลางทาง ใช้ mid-conversation system message แทนการแก้ของเดิม และส่ง thinking block กลับไปตามที่ได้รับ ห้ามกรองหรือสลับลำดับ
4. Computer use เวอร์ชันเก่าใช้ไม่ได้ บน Claude API และ Google Cloud แบบ Google managed tool computer_20251124 จะโดนปฏิเสธ ต้องย้ายไปใช้ computer_toolset_20260801 ส่วนบน Amazon Bedrock ยังใช้ตัวเก่าได้
ค่า effort เริ่มต้นลดจาก high เป็น medium ถ้าไม่ได้ตั้งค่าไว้ คุณภาพคำตอบอาจต่างจากเดิมโดยไม่รู้ตัว ควรกำหนด effort ให้ชัดในทุก request
ข้อความสั้น ๆ ที่โมเดลเขียนระหว่างเรียก tool เปลี่ยนจาก text block ไปอยู่ใน thinking block และค่าเริ่มต้นจะเป็นข้อความว่าง แอปที่เคยแสดงความคืบหน้าให้ผู้ใช้ดูจะเงียบไประหว่างที่ agent ทำงาน ต้องตั้ง thinking.display ให้ส่งข้อความกลับมา รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน คู่มือย้ายไป Claude Opus 5.5 ของ Anthropic
ถ้าตอนนี้ใช้ Opus 5 อยู่ คำตอบสั้น ๆ คือควร เพราะถูกกว่าและเร็วกว่า เหลือแค่แก้ 4 จุดข้างบนแล้วทดสอบค่า effort ใหม่ อย่าลอกค่าเดิมมาใช้ตรง ๆ
ถ้างานส่วนใหญ่เป็นงานปริมาณมากแต่ไม่ซับซ้อน เช่น สรุปข้อความ จัดหมวดหมู่ ตอบแชตลูกค้า Sonnet 5.5 หรือ Haiku 5.5 คุ้มกว่ามาก รูปแบบที่ Anthropic เองก็แนะนำคือให้ Opus 5.5 วางแผนและแตกงาน แล้วส่งงานย่อยให้ Haiku 5.5 หลาย ๆ ตัวทำ
ส่วนงานที่ยากจริง ๆ และยอมจ่ายแพงได้ Fable 5.1 ยังเป็นตัวเลือกบนสุด แต่ช่องว่างระหว่างสองรุ่นแคบลงจนหลายทีมอาจไม่ต้องใช้ Fable อีกต่อไป
[INTERNAL-LINK: บทความสอนเริ่มใช้ Claude Code สำหรับนักพัฒนา]
อ่านต่อ: Claude Fable 5 คืออะไร ต่างจาก 5.1 และ Mythos ยังไง · Claude Code คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ติดตั้งยังไง 2026
Fable 5.1 อยู่ระดับบนกว่าและแพงกว่าราว 2.5 เท่า ($10 / $50 เทียบกับ $4 / $20) Anthropic บอกว่า Opus 5.5 ทำงานส่วนใหญ่ได้ระดับเดียวกับ Fable 5.1 จึงเหมาะเป็นรุ่นหลักสำหรับงานทั่วไป แล้วค่อยส่งงานที่ยากมากไป Fable
ยังใช้ได้ในราคาเดิม $5 / $25 แต่เมื่อ Opus 5.5 ทั้งถูกกว่าและเก่งกว่า ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลให้อยู่ต่อ นอกจากยังไม่มีเวลาแก้โค้ดตาม breaking changes
ได้ ไทยอยู่ใน รายชื่อประเทศที่ Anthropic รองรับ ใช้ได้ทั้งผ่านแอป Claude และ API โดยค่า API คิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ
สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุดคือโค้ดเดิมยังส่ง thinking: {"type": "disabled"} หรือ tool_choice แบบ any ซึ่ง Opus 5.5 ไม่รับ ข้อความ error จะบอกชื่อ field ที่มีปัญหาไว้ชัดเจน
ได้ ถ้างานไม่ต้องการความสามารถสูงสุด Sonnet 5.5 ราคาครึ่งหนึ่งของ Opus 5.5 และมี context window 1 ล้านโทเค็นเท่ากัน วิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือรันชุดทดสอบเดียวกันกับทั้งสองรุ่นแล้วเทียบคุณภาพกับค่าใช้จ่ายต่องาน
Claude Opus 5.5 เป็นการอัปเกรดที่หาข้อเสียยากสำหรับคนที่ใช้ Opus 5 อยู่ เพราะได้ทั้งราคาถูกลงและความเร็วสูงขึ้น ข้อเดียวที่ต้องระวังคือมันไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อโมเดลแล้วจบ ถ้าใช้ผ่าน API ให้เปิดคู่มือ migration ไล่แก้ 4 จุด ตั้งค่า effort ให้ชัด แล้วเทียบค่าใช้จ่ายจริงสักหนึ่งสัปดาห์ก่อนย้าย production ทั้งหมด
ถ้าระหว่างทดสอบพบว่างานบางส่วนไม่จำเป็นต้องใช้ถึง Opus การย้ายงานส่วนนั้นไปรุ่นที่ถูกกว่าจะช่วยลดบิลได้อีกมาก ดูวิธีเลือกได้ใน บทความเปรียบเทียบ Claude Sonnet 5.5 กับ Haiku 5.5
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับตรวจและแก้แอปที่ทำด้วย AI
Oct 6, 2026