บทความ เรื่องราว ความรู้ และประสบการณ์จากการสร้างเว็บไซต์และ Web Application
Claude Sonnet 5.5 vs Haiku 5.5 เลือกตัวไหนดี | KittiStack
BlogAI & Automation Claude Sonnet 5.5 vs Haiku 5.5 เลือกตัวไหนดี Haiku 5.5 ถูกกว่า Sonnet 5.5 ถึง 20 เท่า แต่ราคาจะขยับขึ้น 5 เท่าเมื่อ prompt เกิน 100K โทเค็น สรุปว่างานแบบไหนควรใช้รุ่นไหน พร้อมตัวอย่างคำนวณบิลจริง
Kittipong C.
ทีมงาน KittiStack
October 26, 2026 · 6 min read
Claude Sonnet 5.5 กับ Haiku 5.5 ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้คุ้มค่า API Sonnet 5.5 กับ Haiku 5.5 เป็นสองรุ่นล่างในตระกูล Claude 5.5 ของ Anthropic ที่ราคาต่างกัน 20 เท่า Sonnet 5.5 ราคา $2 / $10 ต่อล้านโทเค็น เหมาะกับงานเขียนโค้ดแบบ agent และงานหลายขั้นตอน ส่วน Haiku 5.5 เริ่มที่ $0.10 / $0.50 ทำมาสำหรับงานปริมาณมากที่ขอบเขตชัด เช่น จัดหมวด ดึงข้อมูล และเป็น sub-agent
พูดง่าย ๆ คือ Sonnet คิดและตัดสินใจ Haiku ลงมือทำงานซ้ำ ๆ ด้านล่างเทียบสเปก ราคา คะแนน และตัวอย่างคำนวณค่าใช้จ่าย พร้อมกับดักราคาของ Haiku ที่หลายคนมองข้าม
แสดงรูปภาพ
สเปก Sonnet 5.5 กับ Haiku 5.5 เทียบกันแบบตาราง #Claude API #Anthropic Claude #Claude Sonnet 5.5 #Claude Haiku 5.5
วันเปิดตัว
Model ID
claude-sonnet-5-5
claude-haiku-5-5
Context window
1 ล้านโทเค็น
1 ล้านโทเค็น
Output สูงสุด
128K (Batch API ได้ถึง 300K)
128K (Batch API ได้ถึง 300K)
Input ที่รับได้
ข้อความและรูปภาพ
ข้อความและรูปภาพ
ความเร็วตามที่ Anthropic จัด
Fast
Fastest
Effort เริ่มต้น
high
medium
ปิดการคิดก่อนตอบได้ไหม
ได้ ด้วยค่า between_tools (ที่ effort high ลงไป)
ไม่มีตัวเลือกนี้ คุมด้วย effort
Knowledge cutoff
มิถุนายน 2026
มิถุนายน 2026
วันเลิกให้บริการ
ไม่เร็วกว่า 28 กันยายน 2027
ไม่เร็วกว่า 7 ตุลาคม 2027
สังเกตว่าสเปกด้านความจุแทบเหมือนกันทุกช่อง ทั้ง context 1 ล้านโทเค็นและ output 128K สิ่งที่ต่างจริง ๆ มีสามเรื่อง คือความฉลาด ความเร็ว และราคา
ราคา Sonnet 5.5 กับ Haiku 5.5 Sonnet 5.5 คิดราคาเดียวทั้งช่วง ส่วน Haiku 5.5 แบ่งเป็นสองขั้นตามความยาว prompt ตรงนี้คือจุดที่ต้องอ่านให้ละเอียด
Sonnet 5.5 เพิ่งลดราคา cache read จาก $0.20 เหลือ $0.10 ในวันเดียวกับที่ Haiku 5.5 เปิดตัว Anthropic ประเมินว่าทำให้งาน agent ส่วนใหญ่บน Sonnet 5.5 ถูกลงราว 20% เพราะ cache read เป็นก้อนใหญ่ของบิลงานประเภทนี้
กับดักที่ 100K โทเค็นของ Haiku 5.5 ถ้า prompt ยาวเกิน 100K โทเค็น ราคา Haiku 5.5 จะขยับขึ้น 5 เท่าในทุกแถว ส่วนต่างกับ Sonnet จะเหลือราว 4 เท่าจากเดิม 20 เท่า Haiku ยังถูกกว่าอยู่ดี แต่ถ้าออกแบบระบบโดยคิดว่าจ่ายแค่ $0.10 แล้วโยนเอกสารยาว ๆ เข้าไปทั้งก้อน งบจะบานเกินคาด
ทางแก้ที่ใช้ได้จริงคือแบ่งเอกสารเป็นชิ้นละไม่เกิน 100K แล้วให้ Haiku หลายตัวประมวลผลพร้อมกัน วิธีนี้เข้ากับรูปแบบ sub-agent ที่ Anthropic แนะนำอยู่แล้ว
Haiku 5.5 นับโทเค็นมากกว่า Haiku 4.5 Haiku 5.5 ใช้ tokenizer ตัวใหม่แบบเดียวกับ Claude รุ่น 4.7 ขึ้นไป ข้อความเดียวกันจะถูกนับเป็นโทเค็นมากกว่า Haiku 4.5 ราว 30% ใครที่ย้ายมาจาก Haiku 4.5 แล้วเทียบแค่ราคาต่อโทเค็น จะประเมินส่วนลดสูงเกินจริง
ข้อนี้สำคัญกับงานภาษาไทยเป็นพิเศษ เพราะสัดส่วนโทเค็นต่อตัวอักษรของภาษาไทยไม่เท่ากับภาษาอังกฤษ ก่อนตั้งงบควรเอาข้อความไทยจริงของระบบสัก 50–100 ตัวอย่างไปวัดด้วย endpoint นับโทเค็นของ API แทนการเดาจากจำนวนคำ
ตัวอย่างคำนวณ: จัดหมวด ticket ลูกค้า 100,000 รายการ สมมติระบบรับ ticket ลูกค้าเดือนละ 100,000 รายการ แต่ละรายการส่ง input 2,000 โทเค็น (คำสั่งพร้อมข้อความลูกค้า) และได้ output 200 โทเค็น (หมวดหมู่และคำตอบร่างสั้น ๆ) ตัวเลขนี้สมมติขึ้นเพื่อดูสัดส่วน และยังไม่หักส่วนลดจาก cache
ต่างกัน $570 ต่อเดือนสำหรับงานที่ Haiku ทำได้ดีพอ แต่ถ้า ticket ต้องตีความเงื่อนไขสัญญาหรือตัดสินใจคืนเงิน ซึ่งพลาดแล้วเสียหาย ส่วนต่างนี้อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยง
ถ้าใช้ prompt caching กับคำสั่งส่วนที่ซ้ำกันทุก ticket ตัวเลขทั้งสองฝั่งจะลดลงอีก เพราะ cache read ถูกกว่า input ปกติ 20 เท่า
คะแนนและความสามารถต่างกันแค่ไหน ตัวเลขที่ Anthropic เผยแพร่ตอนเปิดตัว Haiku 5.5 เทียบกับ Sonnet 5.5 มีดังนี้
ทั้งสองตัวเลขเป็นผลที่ Anthropic รายงานเอง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระทดสอบซ้ำครบทุกรายการ
ข้อมูลจาก Artificial Analysis ช่วยให้เห็นภาพความคุ้มชัดขึ้น Haiku 5.5 ได้ Intelligence Index 43 คะแนน เทียบกับ Sonnet 5.5 ที่ 56 แต่ค่าใช้จ่ายในการรันชุดทดสอบครบหนึ่งรอบอยู่ที่ราว $0.21 เทียบกับ $7.60 ห่างกันประมาณ 36 เท่า มากกว่าส่วนต่างราคาต่อโทเค็น เพราะ Sonnet ที่ effort สูงใช้โทเค็นต่องานมากกว่า
ด้านงานเขียนโค้ด Sonnet 5.5 แข็งแรงเกินระดับราคาของตัวเอง บน Coding Agent Index ของ Artificial Analysis ตัว Sonnet 5.5 ที่ตั้ง reasoning สูงสุดและรันใน Claude Code ขึ้นอันดับหนึ่ง แซงหน้า Opus 5.5 แต่แลกมาด้วยการใช้โทเค็นต่องานสูงมาก ส่วนงานที่ต้องใช้วิจารณญาณต่อเนื่องนาน ๆ Anthropic ยังวาง Opus 5.5 ไว้เหนือกว่า
เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงาน
ใช้คู่กันแบบ orchestrator กับ sub-agent รูปแบบที่ได้ทั้งคุณภาพและราคาคือให้ Sonnet 5.5 (หรือ Opus 5.5) เป็นตัวหลักที่วางแผนและแตกงาน แล้วส่งงานย่อยที่ตรวจผลได้ เช่น ค้นไฟล์ อ่านเอกสาร สรุปผลการค้นหา ไปให้ Haiku 5.5 หลายตัวทำพร้อมกัน ตัวหลักใช้โทเค็นน้อยลงเพราะไม่ต้องอ่านทุกอย่างเอง ส่วนงานอ่านจำนวนมากไปตกอยู่กับรุ่นที่ถูกกว่า 20 เท่า
ถ้าใช้ Claude Code อยู่แล้ว ลองตั้งให้ sub-agent ที่ทำหน้าที่ค้นหาและอ่านโค้ดใช้ Haiku 5.5 แล้วดูว่าโควตาหรือบิลลดลงแค่ไหน
[INTERNAL-LINK: บทความสอนเริ่มใช้ Claude Code สำหรับนักพัฒนา]
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยนโค้ดมาใช้สองรุ่นนี้ Sonnet 5.5 จะตอบ error 400 ถ้าส่ง temperature, top_p หรือ top_k มาด้วย ส่วน Haiku 5.5 เอกสารก็แนะนำให้ละสามค่านี้ไว้เช่นกัน โค้ดเก่าที่ตั้ง temperature ไว้ทุก request จึงต้องลบออกก่อน
ถ้าย้ายจาก Sonnet 5 มา Sonnet 5.5 มี breaking changes 5 ข้อ ส่วนใหญ่ซ้ำกับที่เกิดใน Opus 5.5 เช่น บังคับเรียก tool ด้วย tool_choice แบบ any ไม่ได้ และ thinking block ผูกกับโมเดลกับบทสนทนา อ่านรายละเอียดได้ใน บทความ Claude Opus 5.5 คืออะไร และ 4 จุดที่ต้องแก้โค้ด ซึ่งใช้หลักเดียวกัน
ข้อความที่โมเดลเขียนระหว่างเรียก tool ของ Sonnet 5.5 จะกลับมาอยู่ใน thinking block และเป็นข้อความว่างตามค่าเริ่มต้น แอปที่แสดงความคืบหน้าให้ผู้ใช้ดูจะเงียบไป แก้ได้สองทาง คือตั้งค่า display ให้ส่งข้อความกลับมา หรือใช้ between_tools เพื่อปิดการคิดก่อนตอบ
คำถามที่พบบ่อย Haiku 5.5 ถูกกว่า Sonnet 5.5 กี่เท่าถ้า prompt ไม่เกิน 100K โทเค็น ราคาต่อโทเค็นถูกกว่า 20 เท่าทั้ง input และ output ถ้าเกิน 100K จะเหลือถูกกว่าราว 4 เท่า ส่วนค่าใช้จ่ายต่องานจริงอาจต่างกันมากกว่านั้น เพราะ Sonnet ที่ effort สูงมักใช้โทเค็นต่องานมากกว่า
Haiku 5.5 เขียนโค้ดได้ไหมได้ และเก่งกว่า Haiku 4.5 มาก แต่เหมาะกับงานโค้ดที่ขอบเขตแคบ เช่น ค้นหาในโค้ดเบส อธิบายฟังก์ชัน หรือแก้จุดเล็ก ๆ ที่ระบุชัด ถ้าเป็นงานแก้หลายไฟล์ที่ต้องวางแผนเอง Sonnet 5.5 ทำได้น่าเชื่อถือกว่า
Context window ของ Haiku 5.5 เท่ากับ Sonnet 5.5 จริงไหมจริง ทั้งคู่รองรับ 1 ล้านโทเค็น แต่ Haiku คิดราคาแพงขึ้นเมื่อ prompt เกิน 100K การใช้ context ยาวเต็มที่กับ Haiku จึงทำได้ แต่ไม่ใช่จุดที่คุ้มที่สุดของมัน
ควรใช้ Sonnet 5.5 หรือ Opus 5.5ถ้างานส่วนใหญ่เป็นการเขียนโค้ดหรือ agent ทั่วไป เริ่มที่ Sonnet 5.5 ก่อน ราคาครึ่งหนึ่งของ Opus 5.5 และคะแนนหลายด้านใกล้กัน ค่อยขยับไป Opus เฉพาะงานที่ Sonnet ทำพลาดซ้ำ ๆ
ใช้ Haiku 5.5 กับ Sonnet 5.5 ในไทยได้ไหม
สรุป ถ้าต้องเลือกแค่ตัวเดียวสำหรับงานทั่วไป Sonnet 5.5 คือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัย แต่ถ้าระบบมีงานปริมาณมากที่ตรวจผลได้ง่าย การแยกงานส่วนนั้นไปให้ Haiku 5.5 คือวิธีลดบิลที่ได้ผลที่สุดในตอนนี้ ลองเริ่มจากงานเดียว เช่น จัดหมวด ticket หรือสรุปเอกสาร รันทั้งสองรุ่นกับข้อมูลจริง 100 รายการ แล้วเทียบความแม่นกับค่าใช้จ่ายก่อนย้ายทั้งระบบ