บทความ เรื่องราว ความรู้ และประสบการณ์จากการสร้างเว็บไซต์และ Web Application
Supabase vs Firebase ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี | KittiStack
BlogBackend & Database Supabase vs Firebase ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี Supabase ใช้ PostgreSQL ส่วน Firebase ใช้ Firestore แบบ NoSQL เทียบแพ็กเกจฟรี ราคาจริงพร้อมตัวอย่างคำนวณบิล และสรุปว่างานแบบไหนควรเลือกตัวไหน
Kittipong C.
ทีมงาน KittiStack
October 26, 2026 · 6 min read
Supabase vs Firebase ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี (เทียบราคาจริง 2026) Supabase vs Firebase ต่างกันที่ฐานข้อมูลเป็นหลัก Supabase ใช้ PostgreSQL ซึ่งเป็นฐานข้อมูลแบบตาราง เขียน SQL ได้ ส่วน Firebase ใช้ Firestore ซึ่งเก็บข้อมูลเป็นเอกสาร (NoSQL) ถ้าข้อมูลมีความสัมพันธ์กันเยอะ เช่น ลูกค้า คำสั่งซื้อ สินค้า สต็อก Supabase มักง่ายกว่า ถ้าเป็นแอปมือถือที่ต้องซิงก์ข้อมูลแบบเรียลไทม์และใช้ออฟไลน์ได้ Firebase ยังได้เปรียบ
เรื่องราคา สองเจ้านี้คิดเงินคนละแบบ Firebase คิดตามจำนวนครั้งที่อ่านและเขียนข้อมูล Supabase คิดค่าแพ็กเกจรายเดือนบวกขนาดเครื่อง ด้านล่างมีตัวอย่างคำนวณให้เห็นว่าแต่ละแบบแพงขึ้นตอนไหน
บอกไว้ก่อนว่าเว็บ KittiStack และงานลูกค้าส่วนใหญ่ของผมใช้ Supabase บทความนี้จึงพยายามบอกด้วยว่างานแบบไหนที่ Firebase เหมาะกว่า ถ้ายังไม่รู้จัก Supabase เลย อ่าน Supabase คืออะไร ก่อนได้
แสดงรูปภาพ
Supabase กับ Firebase เทียบกันแบบตาราง #Backend #Supabase #ฐานข้อมูล #Firebase
ฐานข้อมูลหลัก
PostgreSQL (แบบตาราง, SQL)
Firestore (แบบเอกสาร, NoSQL)
ใครทำ
Supabase Inc. โค้ดเป็น open source
Google
ดึงข้อมูลหลายตารางพร้อมกัน
JOIN ได้ตรง ๆ
ไม่มี JOIN ต้องเก็บข้อมูลซ้ำหรือ query หลายรอบ
กำหนดสิทธิ์ข้อมูล
Row Level Security เขียนเป็น SQL
Security Rules ภาษาเฉพาะของ Firebase
เรียลไทม์
มี ฟังข้อมูลที่เปลี่ยนในตารางได้
มี และเป็นจุดแข็งดั้งเดิม
ใช้ออฟไลน์บนมือถือ
ต้องทำเองหรือใช้ไลบรารีเสริม
มีในตัว แคชและซิงก์กลับให้เอง
เก็บไฟล์
มีในแพ็กเกจฟรี 1 GB
ต้องอยู่แพ็กเกจ Blaze (ผูกบัตร) ตั้งแต่ ก.พ. 2026
วิธีคิดเงิน
ค่าแพ็กเกจรายเดือน + ขนาดเครื่อง
จ่ายตามจำนวนครั้งที่อ่าน/เขียน
ย้ายออกภายหลัง
ใช้ pg_dump ได้เหมือน Postgres ทั่วไป
ต้องแปลงโครงข้อมูลใหม่ถ้าย้ายไปฐาน SQL
ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ตัวเอง
ทำได้
ทำไม่ได้
ความต่างที่สำคัญที่สุด: ข้อมูลเป็นตาราง หรือเป็นเอกสาร ลองนึกถึงระบบจองคิวร้านเสริมสวย มีลูกค้า ช่าง บริการ และการจอง แต่ละการจองต้องรู้ว่าใครจอง จองช่างคนไหน บริการอะไร
ใน Supabase ข้อมูลนี้เก็บเป็น 4 ตาราง แล้วดึงมารวมกันได้ในคำสั่งเดียว:
select b.start_at, c.name as customer, s.name as stylist, sv.title
from bookings b
join customers c on c.id = b.customer_id
join stylists s on s.id = b.stylist_id
join services sv on sv.id = b.service_id
where b.start_at::date = current_date;ใน Firestore ไม่มี JOIN วิธีที่ใช้กันคือเก็บชื่อลูกค้าและชื่อช่างซ้ำไว้ในเอกสารการจองเลย อ่านเร็วและง่าย แต่ถ้าช่างเปลี่ยนชื่อ ต้องตามแก้ทุกการจองที่เคยมีชื่อนั้น พอระบบโตขึ้น เรื่องแบบนี้จะเกิดบ่อยกว่าที่คิด
ในทางกลับกัน ถ้าข้อมูลเป็นก้อนที่อยู่ด้วยกันตามธรรมชาติ เช่น ข้อความแชตในห้อง หรือโปรไฟล์ที่มีการตั้งค่าย่อยอยู่ข้างใน Firestore เก็บได้ตรงไปตรงมาและไม่ต้องออกแบบตารางก่อน
Firebase เองก็รู้จุดนี้ จึงมี Firebase Data Connect ซึ่งเป็นฐานข้อมูล PostgreSQL บน Cloud SQL ของ Google แต่ตัวนี้คิดเงินแยก และ หน้าราคาของ Firebase ระบุว่าหลังช่วงทดลองใช้ฟรี 3 เดือน ค่า Cloud SQL เริ่มราว $9.37 ต่อเดือน ถ้าต้องการ SQL เป็นหลัก จึงควรเทียบกับ Supabase โดยตรง
ราคา Supabase vs Firebase ปี 2026
แพ็กเกจฟรี ข้อที่คนไทยเจอบ่อยกับ Supabase Free คือโปรเจกต์จบของนักศึกษา ทำเสร็จแล้วไม่ได้เปิดนานเกินหนึ่งสัปดาห์ พอถึงวันสอบโปรเจกต์ ระบบถูกหยุดไว้ กดเปิดใหม่จากหน้า Dashboard ได้ แต่ต้องรอสักพัก ควรเข้าไปเช็กก่อนวันนำเสนอ 1 วัน
ส่วน Firebase เปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2026 คือ Cloud Storage ใช้กับแพ็กเกจ Spark ไม่ได้แล้ว ตาม ประกาศของ Firebase ใครทำแอปที่ให้อัปโหลดรูปต้องผูกบัตรและอยู่แพ็กเกจ Blaze แม้จะใช้ไม่เกินโควตาฟรีก็ตาม
แพ็กเกจเสียเงิน Supabase Pro ราคาเริ่ม $25 ต่อเดือน ได้ฐานข้อมูล 8 GB ต่อโปรเจกต์ 100,000 MAU และไม่ถูกหยุดอัตโนมัติ มีเครดิตค่าเครื่อง $10 ต่อเดือน พอสำหรับเครื่องเล็กสุด (Micro) และเปิดเพดานค่าใช้จ่าย (spend cap) ไว้ให้ตั้งแต่แรก บิลจึงไม่บานโดยไม่รู้ตัว
Firebase Blaze ไม่มีค่ารายเดือน ยังได้โควตาฟรีเท่าเดิม ส่วนที่เกินคิดตามการใช้งาน ราคา Firestore ในภูมิภาค us-central1 อยู่ที่ราว $0.03 ต่อการอ่าน 100,000 ครั้ง และ $0.09 ต่อการเขียน 100,000 ครั้ง บาง region แพงกว่านี้ ข้อที่ต้องระวังคือ Firebase ตั้งได้แค่การแจ้งเตือนงบประมาณ ซึ่งไม่ได้หยุดการอ่านเขียนเมื่อถึงวงเงิน
ตัวอย่างคำนวณ: แอปแบบไหนจ่ายเท่าไร สมมติเป็นเว็บแอประบบจองหรือระบบหลังบ้าน คิดเดือนละ 30 วัน ใช้ราคา Firestore ที่ us-central1 และไม่นับค่าเก็บไฟล์กับค่าส่งข้อมูลออก
ตัวเลขนี้บอกสองเรื่อง ข้อแรก แอปเล็กที่คนใช้ไม่เยอะ Firebase ถูกกว่าชัดเจน เพราะแทบไม่ต้องจ่ายเลย ข้อสอง พอโตถึงระดับกลาง ค่าใช้จ่ายสองเจ้าใกล้กัน แต่ตัวแปรที่ทำให้แพงต่างกัน
บิล Firestore โตตามจำนวนครั้งที่อ่าน ซึ่งคุมยากกว่าที่คิด query ที่คืนเอกสาร 500 รายการนับเป็น 500 ครั้ง หน้าที่ฟังข้อมูลแบบเรียลไทม์ก็อ่านใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน ถ้าลืมแบ่งหน้า (pagination) ตัวเลข "100 ครั้งต่อคน" ในตารางอาจกลายเป็นหลักพันได้ ส่วน Supabase บิลโตตามขนาดเครื่องที่เลือก จำนวน query ไม่มีผลกับราคาโดยตรง แต่ถ้าเครื่องเล็กไป ระบบจะช้าแทน
เลือกตัวไหนดี ✦ ข้อมูลมีความสัมพันธ์กันหลายตาราง เช่น ระบบจอง ระบบสต็อก ระบบสมาชิก หรือหลังบ้านที่ต้องทำรายงาน ✦ ทีมหรือคนที่จะดูแลต่อเขียน SQL เป็น ✦ อยากรู้ค่าใช้จ่ายรายเดือนล่วงหน้า และมีเพดานกันบิลเกิน ✦ อยากมีทางย้ายออกไปใช้ PostgreSQL ที่อื่นได้ในอนาคต ✦ ทำเว็บด้วย Next.js ซึ่งมีตัวอย่างและไลบรารีของ Supabase รองรับเยอะ ✦ ทำแอปมือถือที่ต้องใช้ตอนเน็ตหลุดได้ แล้วซิงก์ทีหลัง ✦ ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นก้อนอิสระ ไม่ค่อยต้องรวมหลายตาราง เช่น แชต ฟีด การแจ้งเตือน ✦ ใช้บริการอื่นของ Google อยู่แล้ว เช่น Cloud Messaging สำหรับ push notification, Crashlytics หรือ Google Analytics ✦ เป็นแอปเล็กที่อยากเริ่มฟรีให้นานที่สุด และไม่ต้องเก็บไฟล์ ถ้าเป็นเว็บธุรกิจหรือระบบหลังบ้านทั่วไปที่จ้างฟรีแลนซ์ทำ ส่วนใหญ่ผมแนะนำ Supabase เพราะลูกค้าเปิดดูข้อมูลเป็นตารางใน Dashboard ได้เอง และถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนคนดูแล คนใหม่ที่รู้ SQL รับช่วงต่อได้ทันที ดูตัวอย่างงานแบบนี้ได้ที่หน้า รับทำ Web Application
ข้อควรรู้ก่อนย้ายจาก Firebase มา Supabase Supabase มีคู่มือและเครื่องมือช่วยย้ายข้อมูลจาก Firestore แต่งานที่ใช้เวลาจริงไม่ใช่การย้ายข้อมูล เป็นการออกแบบตารางใหม่จากข้อมูลที่เคยเก็บซ้ำไว้ และการแปลง Security Rules เป็น Row Level Security ทีละกฎ ระบบล็อกอินย้ายได้ แต่ควรทดสอบเรื่องรหัสผ่านเดิมและบัญชีที่ล็อกอินผ่าน Google หรือ LINE ให้ครบก่อนเปิดใช้จริง
ถ้าแอปปัจจุบันทำงานได้ดี บิลไม่แพง และไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูลซ้ำ ไม่จำเป็นต้องย้าย การย้ายคุ้มเมื่อเริ่มเจอปัญหาจริง เช่น ต้องเขียนโค้ดตามแก้ข้อมูลซ้ำบ่อย หรือบิลค่าอ่านข้อมูลโตเร็วกว่าจำนวนผู้ใช้
คำถามที่พบบ่อย Supabase ฟรีจริงไหมฟรีจริงและไม่มีวันหมดอายุ ได้ 2 โปรเจกต์ ฐานข้อมูล 500 MB ข้อจำกัดหลักคือโปรเจกต์จะถูกหยุดถ้าไม่มีการใช้งาน 1 สัปดาห์ และไม่มีแบ็กอัปอัตโนมัติ จึงเหมาะกับงานทดลองและโปรเจกต์เรียน มากกว่าระบบที่มีลูกค้าใช้ทุกวัน
Firebase ใช้ฟรีได้นานแค่ไหนแพ็กเกจ Spark ใช้ฟรีได้ไม่จำกัดเวลา ตราบใดที่ไม่เกินโควตารายวันและไม่ต้องใช้บริการที่บังคับแพ็กเกจ Blaze เช่น Cloud Storage
Supabase กับ Firebase ตัวไหนเร็วกว่าสำหรับแอปทั่วไปแทบไม่ต่างกันจนผู้ใช้รู้สึกได้ สิ่งที่มีผลมากกว่าคือ region ที่เลือก ทั้งสองเจ้ามีเซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์ ถ้าผู้ใช้อยู่ในไทย ควรเลือก region นี้
ใช้ Supabase กับ Next.js ยากไหมไม่ยาก Supabase มีไลบรารีสำหรับ Next.js ที่รองรับทั้ง Server Component และการล็อกอิน ถ้าเพิ่งเริ่มกับ Next.js ดู คู่มือ Next.js เบื้องต้น ก่อนได้
Supabase มี LINE Login ไหมไม่มีเป็นตัวเลือกสำเร็จรูปแบบ Google หรือ Facebook ต้องเชื่อมเองผ่าน OAuth หรือฟังก์ชันฝั่ง server Firebase ก็ต้องทำเองเหมือนกันผ่าน custom token
สรุป ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้ดูที่ข้อมูลของงานก่อน ลองเขียนรายการสิ่งที่ระบบต้องเก็บ ถ้าเกินครึ่งต้องอ้างถึงกัน เช่น การจองต้องรู้ลูกค้าและช่าง ให้เริ่มที่ Supabase ถ้าส่วนใหญ่เป็นก้อนอิสระ และเป็นแอปมือถือที่ต้องใช้ออฟไลน์ Firebase จะทำงานน้อยกว่า
อยากให้ช่วยดูว่างานของคุณเหมาะกับแบบไหน หรืออยากได้ระบบที่ทำด้วย Next.js กับ Supabase ทักมาคุยได้ที่ หน้าบริการ