บทความ เรื่องราว ความรู้ และประสบการณ์จากการสร้างเว็บไซต์และ Web Application
BlogBackend & Database Supabase คืออะไร ใช้ทำอะไร ราคาเท่าไหร่ 2026 Supabase รวมฐานข้อมูล PostgreSQL ระบบล็อกอิน และที่เก็บไฟล์ไว้ในที่เดียว สรุปว่าใช้ทำอะไรได้ ราคาเท่าไหร่ และเรื่องที่ต้องตั้งค่าก่อนใช้จริง
Kittipong C.
ทีมงาน KittiStack
October 21, 2026 · 6 min read
Supabase คืออะไร ใช้ทำอะไรได้ ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับเว็บแบบไหน Supabase คืออะไร ถ้าตอบสั้น ๆ คือบริการหลังบ้าน (Backend-as-a-Service) แบบโอเพนซอร์ส ที่ให้ฐานข้อมูล PostgreSQL ระบบล็อกอิน ที่เก็บไฟล์ และ API มาพร้อมใช้ในที่เดียว นักพัฒนาจึงไม่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์หรือเขียนระบบสมัครสมาชิกเองตั้งแต่ศูนย์ เริ่มใช้ได้ฟรี และเมื่อเว็บขึ้นใช้งานจริง แพ็กเกจ Pro เริ่มที่ 25 ดอลลาร์ต่อเดือน
ถ้าคุณเป็นนักพัฒนา บทความนี้จะช่วยตัดสินใจว่าควรใช้ Supabase กับโปรเจกต์ถัดไปไหม ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ได้ยินผู้รับจ้างบอกว่า "จะใช้ Supabase เป็นหลังบ้าน" บทความนี้จะบอกว่ามันคืออะไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และควรถามผู้รับจ้างเรื่องไหน
Supabase คืออะไรในทางปฏิบัติ และทำอะไรได้บ้าง เว็บแอปเกือบทุกตัวต้องมีของ 4–5 อย่างเหมือนกัน คือที่เก็บข้อมูล ระบบให้ผู้ใช้สมัครและล็อกอิน ที่เก็บรูปหรือไฟล์ และช่องทางให้หน้าเว็บอ่านเขียนข้อมูลได้ Supabase รวมส่วนเหล่านี้ไว้ให้
#Next.js #Supabase #PostgreSQL #ฐานข้อมูล
ฐานข้อมูลแบบตาราง เขียน SQL ได้เต็มรูปแบบ
ข้อมูลสินค้า ออเดอร์ การจอง
Auth
ระบบสมัครสมาชิก ล็อกอินด้วยอีเมล หรือบัญชี Google, Facebook
หน้าสมาชิก หน้าแดชบอร์ดลูกค้า
Storage
ที่เก็บไฟล์ พร้อมกำหนดสิทธิ์ว่าใครเปิดไฟล์ไหนได้
รูปสินค้า สลิปโอนเงิน เอกสาร PDF
Data API
สร้าง API ให้อัตโนมัติจากตารางในฐานข้อมูล
หน้าเว็บดึงรายการสินค้าโดยไม่ต้องเขียน API เอง
Realtime
ส่งข้อมูลที่เปลี่ยนไปให้หน้าจอผู้ใช้ทันที
แชต สถานะคิว แจ้งเตือนออเดอร์ใหม่
Edge Functions
รันโค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์สั้น ๆ
ส่งอีเมลยืนยัน เชื่อมระบบชำระเงิน
จุดที่ทำให้ Supabase ต่างจากบริการคล้ายกันคือข้างในเป็น PostgreSQL ธรรมดา ข้อมูลทั้งหมด export ออกไปใช้ที่อื่นได้ และตัวระบบเป็นโอเพนซอร์ส ถ้าวันหนึ่งไม่อยากใช้บริการคลาวด์ของ Supabase ก็ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ตัวเองได้
Supabase ใช้คู่กับ Next.js อย่างไร Supabase กับ Next.js เป็นคู่ที่นิยมมาก เพราะ Next.js ดูแลหน้าเว็บ ส่วน Supabase ดูแลข้อมูลและผู้ใช้ เว็บที่ปกติต้องมีเซิร์ฟเวอร์หลังบ้านแยก จึงเหลือแค่สองชิ้นนี้
การเชื่อมต่อใช้แพ็กเกจ @supabase/ssr ซึ่งรองรับทั้งฝั่งเบราว์เซอร์และฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของ Next.js ตัวอย่างฝั่งเบราว์เซอร์แบบสั้นที่สุด:
import { createBrowserClient } from '@supabase/ssr'
export const supabase = createBrowserClient(
process.env.NEXT_PUBLIC_SUPABASE_URL!,
process.env.NEXT_PUBLIC_SUPABASE_PUBLISHABLE_KEY!
)
// ดึงข้อมูลจากตาราง products
const { data, error } = await supabase.from('products').select('id, name, price')เห็นว่าไม่ต้องเขียน API เองเลย หน้าเว็บเรียกตารางในฐานข้อมูลได้ตรง ๆ ความสะดวกตรงนี้มาพร้อมเงื่อนไขสำคัญเรื่องความปลอดภัย ซึ่งอธิบายในหัวข้อถัดไป
ส่วนการใช้งานจริงฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เช่น เช็กว่าผู้ใช้ล็อกอินอยู่ใน Server Component หรือ middleware จะมีขั้นตอนตั้งค่า cookie เพิ่ม ดูรายละเอียดได้ใน คู่มือ Supabase Auth สำหรับ Next.js
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนใช้: Row Level Security เพราะหน้าเว็บคุยกับฐานข้อมูลได้ตรง คีย์ที่ใช้เชื่อมต่อ (publishable key หรือ anon key เดิม) จึงอยู่ในโค้ดฝั่งเบราว์เซอร์ ใครเปิด DevTools ก็เห็นได้ สิ่งที่กันไม่ให้คนแปลกหน้าอ่านหรือแก้ข้อมูลคือ Row Level Security (RLS) ซึ่งเป็นกฎที่บอกฐานข้อมูลว่าใครเห็นแถวไหนได้
เอกสารของ Supabase ย้ำให้เปิด RLS ทุกตารางที่เปิดให้ API เข้าถึง เมื่อเปิดแล้ว ข้อมูลจะยังเข้าถึงไม่ได้เลยจนกว่าจะเขียน policy อนุญาต ตารางที่สร้างจากหน้า Dashboard จะเปิด RLS ให้เอง แต่ตารางที่สร้างผ่าน SQL Editor หรือเครื่องมืออื่นต้องเปิดเอง
-- เปิด RLS
alter table public.orders enable row level security;
-- ให้ผู้ใช้เห็นเฉพาะออเดอร์ของตัวเอง
create policy "Users see own orders"
on public.orders for select
to authenticated
using ( (select auth.uid()) = user_id );ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด ตารางที่ลืมเปิด RLS อาจถูกอ่านหรือแก้ได้โดยใครก็ตามที่มีคีย์ ถ้าคุณจ้างคนทำเว็บที่ใช้ Supabase ให้ถามตรง ๆ ว่า "ทุกตารางเปิด RLS และมี policy แล้วหรือยัง" ใน Dashboard มีเมนู Security Advisor ที่ช่วยตรวจเรื่องนี้ได้
Supabase ราคาเท่าไหร่ สองแถวที่คนมักมองข้ามคือ แพ็กเกจฟรีไม่มีการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ และโปรเจกต์จะถูกพักถ้าไม่มีการใช้งาน 1 สัปดาห์ แพ็กเกจฟรีเหมาะกับการเรียนรู้ โปรเจกต์นักศึกษา หรือต้นแบบ แต่เว็บที่เก็บข้อมูลลูกค้าหรือออเดอร์จริงควรอยู่บน Pro
แพ็กเกจ Pro เปิด Spend Cap ไว้เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าใช้เกินโควตา ระบบจะไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มจนกว่าจะปิด Spend Cap เอง ช่วยกันบิลบานปลายได้ในช่วงแรก
เลือก Region ไหนดีสำหรับผู้ใช้ในไทย ตอนสร้างโปรเจกต์ Supabase จะให้เลือกที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ง่าย ๆ ตอนนี้ยังไม่มี region ในประเทศไทย ตัวที่ใกล้ที่สุดใน รายการ region ของ Supabase คือ Southeast Asia (Singapore) หรือ ap-southeast-1 ถ้าผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในไทย เลือกตัวนี้จะได้ความหน่วงต่ำที่สุด
ถ้าเว็บเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า การเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการส่งข้อมูลออกนอกประเทศตาม PDPA ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเรื่องนี้ก่อนเปิดใช้งานจริง
Supabase vs Firebase ต่างกันตรงไหน Supabase มักถูกเรียกว่าทางเลือกแทน Firebase เพราะให้บริการคล้ายกัน ความต่างหลักอยู่ที่ฐานข้อมูล Firebase ใช้ Firestore ซึ่งเก็บข้อมูลเป็นเอกสาร (NoSQL) ส่วน Supabase เป็น PostgreSQL ที่เก็บเป็นตารางและเชื่อมโยงกันได้
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าข้อมูลเป็นตาราง มีความสัมพันธ์กันเยอะ แบบระบบหลังบ้านธุรกิจ Supabase เข้าทางกว่า ถ้าเป็นแอปมือถือที่เน้นการแจ้งเตือนและใช้บริการอื่นของ Google อยู่แล้ว Firebase ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี
เมื่อไหร่ที่ไม่ควรใช้ Supabase ✦ เว็บแนะนำบริษัทที่ไม่มีข้อมูลผู้ใช้เลย หน้าเนื้อหาล้วนไม่ต้องมีฐานข้อมูล เพิ่ม Supabase เข้ามาเท่ากับเพิ่มค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ต้องดูแล ✦ ทีมต้องการหลังบ้านแก้เนื้อหาแบบ WordPress Supabase มี Table Editor ให้แก้ข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่หน้าเขียนบทความที่คนทั่วไปใช้สะดวก ควรใช้ CMS แทน หรือให้นักพัฒนาสร้างหน้าแอดมินเพิ่ม ✦ องค์กรที่ข้อกำหนดบังคับให้ข้อมูลอยู่ในประเทศ ต้องติดตั้ง Supabase บนเซิร์ฟเวอร์ในไทยเอง ซึ่งต้องมีคนดูแลระบบ ✦ ระบบที่มีตรรกะหลังบ้านซับซ้อนมาก เช่น งานประมวลผลนาน ๆ หรือคิวงานจำนวนมาก อาจต้องมีเซิร์ฟเวอร์แยกทำงานคู่กัน
คำถามที่พบบ่อย Supabase ใช้ฟรีได้จริงไหมได้ แพ็กเกจฟรีไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ได้ฐานข้อมูล 500 MB และผู้ใช้ 50,000 คนต่อเดือน แต่โปรเจกต์จะถูกพักเมื่อไม่มีการใช้งาน 1 สัปดาห์ และไม่มีการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ จึงไม่เหมาะกับเว็บธุรกิจที่ใช้งานจริง
Supabase ต้องเขียน SQL เป็นไหมไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น สร้างตารางและแก้ข้อมูลผ่านหน้า Dashboard ได้ และดึงข้อมูลผ่านไลบรารี JavaScript ได้โดยไม่เขียน SQL แต่การเขียน RLS policy และ query ที่ซับซ้อนจะง่ายขึ้นมากถ้ารู้ SQL พื้นฐาน
ข้อมูลใน Supabase ปลอดภัยไหมตัวแพลตฟอร์มมีมาตรฐานความปลอดภัยรองรับ แต่ความปลอดภัยของข้อมูลในโปรเจกต์ขึ้นกับการตั้งค่า RLS ของนักพัฒนาเป็นหลัก ตารางที่ไม่เปิด RLS คือจุดเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด
Supabase ใช้กับ React หรือเฟรมเวิร์กอื่นนอกจาก Next.js ได้ไหมได้ มีไลบรารีสำหรับ JavaScript, Flutter, Swift, Kotlin และ Python รวมถึงเรียกผ่าน REST API จากภาษาไหนก็ได้
ถ้าอยากเลิกใช้ Supabase ข้อมูลจะหายไหมไม่หาย เพราะข้างในเป็น PostgreSQL มาตรฐาน export ข้อมูลด้วย pg_dump แล้วนำไปใช้กับ PostgreSQL ที่อื่นได้ ส่วนที่ต้องย้ายเพิ่มคือระบบล็อกอินและไฟล์ใน Storage
สรุป Supabase เหมาะกับเว็บที่ต้องมีผู้ใช้ ข้อมูล และไฟล์ เช่น ระบบจอง แดชบอร์ดลูกค้า หรือเว็บแอปที่สร้างด้วย Next.js ใช้ฟรีได้ตอนพัฒนาและทดลอง แต่เมื่อเปิดใช้จริงควรขึ้น Pro และตรวจ RLS ทุกตารางก่อนปล่อย
Supabase คืออะไร ใช้ทำอะไร ราคาเท่าไหร่ 2026 | KittiStack